เม่าหัดเล่นหุ้น

รูปจากเว็บพี่เม่าค่า

วันนี้พอดีสับรางจากงานได้ แล้ววันนี้ได้มีโอกาสชนะตลาดบ้าง (ขายได้กำไร (ไม่รู้ขายหมูป่าว)) ซึ่งวันดีๆแบบนี้มักจะมีน้อย เลยมาเขียนบล็อกซะหน่อย

เราเป็นคนเข้ามาเล่นหุ้มตามทฤษฎี cocktail party เด๊ะ คือช่วงที่กระแสหุ้นกำลังโต (โตไปแล้ว) ด้วยความที่โดนกล่อมมาเยอะว่าเอาเงินฝากธนาคารไว้เฉยๆ ยังชนะอัตราเงินเฟ้อไม่ได้เลย เอาไปฝากประจำโดนหักภาษีเท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่ เอาชนะเงินเฟ้อแล้วเหลือเท่าไหร่ บอกก่อนว่าปกติเราเป็นคนที่โตมากับคำว่า ทำงานเก็บเงินเยอะๆ กินดอกเบี้ย หรือความมหัศจรรย์ของดอกเบี้ยทบต้น… แต่พ่อคุ๊ณณณณณ กว่าจะได้เงินสองเท่าด้วยอัตราดอกเบี้ยฝากประจำน่ะ มันต้องรอกี่ปีหาาา ยี่สิบปีเลยปะ

วีจึงถือบัญชีธนาคาร กับเงินจำนวนสี่หมื่นบาท (ส่วนหนึ่งที่เก็บมาได้จากการทำงานฟรีแลนซ์) ด้วยคำที่ว่า เราจะเริ่มต้นเรียนรู้การลงทุนด้วยการเปิดพอร์ต..กองทุนรวม!

หลังจากนั้นก็ได้เปิดกองทุนกับพนักงานใจดี เอกสารย้ำนักย้ำหนาว่าการลงทุนมีความเสี่ยง เราก็เข้าใจว่าเราเอาเงินไปฝากให้มืออาชีพเป็นคนลงทุน อย่างน้อยเค้าก็ต้องทำได้ดีกว่าเราสิเนอะ! (สุดท้ายก็เจ๊ง 555)

พอวีเห็น SCBDV ของนัทเติบใหญ่ให้ผลงอกเงยถึง 5% ในเวลาไม่กี่สิบวัน วีเริ่มอิจฉาตาร้อน เห้ยนัทอยู่เฉยๆได้เงินเยอะกว่าวีอีกว่ะ วันรุ่งขึ้นวีก็เลยเข้าไปซื้อ SCBDV มาครอบครองบ้าง (สุดท้ายก็เจ๊ง 555 ขาดทุนนิดเดียว แต่ได้บทเรียนว่าไม่ควรซื้อตามคนอื่นโดยไม่ดูอะไร)

พอซื้อ SCBDV ปุ๊ปก็ต้องหัดตามข่าวสารสิ เราถือหุ้นที่อยู่ในตลาดหุ้น ถ้าตลาดหุ้นไม่ดีก็ต้องรีบถอยยยย พอนัทได้เห็นกราฟหุ้นที่งอกเงย ประกอบกับพี่ป๊อกชักชวน(ในทางที่ดีนะ) นัทก็ตัดสินใจลงทุนในหุ้น และหลังจากหุ้นนัทงอกเงยได้ไม่เท่าไหร่ เราก็อิจฉาตาร้อน เอามั่งเด๊!!!! วีลงตามมมมมม

หุ้นก็แกว่งขึ้นๆลงๆในระยะแคบๆช่วงที่วีซื้อ แต่โดยรวมก็โอเคนะ กำไรดี งามเชียววว วาดฝันไว้ว่าวีจะเป็น IV ที่ดี อยู่คู่กับบริษัทไปอีกสิบๆปี จนกระทั่งงงงง วันที่หุ้นทะลุ 1600 จากนั้นแกว่งลงมาแรงมากวันแรก วันที่สองแรงกว่า! และวันที่สามก็โครมมมม สามวันลงมารวมๆ ร้อยจุด

เม่าอย่างชั้นทำไงดีเนี่ยย กรี๊ดดดดดด

นัทผู้เล่นเทคนิคบอกว่า ช๊อตเลย ขายเลย ก่อนที่จะขาดทุนไปมากกว่านี้ ตลาดถล่มแล้วววววววววว เจ๊ง เจ๊ง เจ๊งงงงงง

แล้วเราก็เข้าใจคำว่า VI = Very Innocent ก็วันนี้ วีเทขายหมดหน้าตัก ขาดทุนย่อยยับ มีก่อนหน้านี้ขาย LH ได้กำไร 10% แต่หักลบกับที่ขาดทุนแล้วก็ยังติดลบอยู่ดี T_T ความฝันสวยหรูแตกสลายย่อยยับไปพริบตา

ช่วงนั้นชาวเม่าสินทรต่างเคลียร์พอร์ตกันเต็ม บ้างลงไปเป็นหมื่น บ้างเป็นแสน (ดีนะชั้นลงไม่เท่าไหร่ U_U) .. หลังจากนั้นอีกไม่กี่วัน ตลาดก็กลับมาฟื้น แกว่งขึ้นลงเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น – -‘

เหตุการณ์วันนั้นทำให้เม่าอย่างเราได้เรียนรู้ว่าเออมันสำคัญที่นะที่ต้องมีความรู้เป็นภูมิคุ้มกัน ต้องรู้จักจังหวะ ต้องรู้จักยับยั่งชั่งใจ และต้องเลิกตามเม่าสินทรซักที!

เป็นช่วงระยะหลายสิบวันของการเล่นหุ้นที่สนุกมาก ได้ความรู้มาก ได้จริง เจ็บจริง เสียจริง ก่อนหน้านี้เป็นคนไม่เคยอ่านข่าว ไม่เคยอ่านอะไรที่เป็นหุ้นๆ เกลียดการดูกราฟหุ้น กลายเป็นคนชอบดูราคา ชอบหาความรู้ใส่ตัว ก็ใช่สิ เราเอาเงินของเราลงทุนไปแล้วนิ เราก็อยากทำให้มันได้ผลงอกเงยออกมามากที่สุด (และไม่เจ๊ง)

quote คำของพี่ป๊อกที่เคยพูดว่า เริ่มก่อนก็ได้เปรียบ ประสบการณ์จะสอนให้เราเก่งขึ้น (จริงๆพี่ป๊อกพูดแค่ข้างหน้า ที่เหลือเติมเอง)

edited: เอามาเสริม

เมื่อเทียบความสำเร็จผู้เล่นหุ้นระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ผู้ใหญ่มีโอกาสสำเร็จมากกว่าเด็กแต่การเริ่มลงทุนตั้งแต่เด็กเป็นเรื่องดี ผมสนับสนุนให้เริ่มตั้งแต่เด็กเพราะเด็กมีโอกาสแก้ตัวได้ มีตัวอย่างเคสคุณลุงคนหนึ่งที่เพิ่งเกษียรแล้วนำเงินที่เก็บมาเล่นหุ้นผ่านไป 6 เดือน เงินเก็บของคุณก็ลดลงไปเกือบครึ่ง ซึ่งช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ แต่ถ้ายังเด็กอยู่ก็มีโอกาสล้มได้หลายครั้ง เหมือนการปั้นจักรยาน ไม่มีใครปั้นแล้วไม่เคยล้มแต่เมื่อปั่นเยอะๆก็จะมีประสบกาณ์ว่าควรปั่นอย่างไรไม่ให้ล้ม และถ้าให้คนแก่กับเด็กมาหัดจักรยานพร้อมกัน การหัดปั้นในวัยเด็กเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าเพราะเมื่อล้มก็ลุกขึ้นมาปั่นใหม่ได้แต่ถ้าเป็นคนแก่ล้มไปก็มีความเสี่ยงบาดเจ็บมากกว่าเด็กและฟื้นตัวยากกว่าเด็ก

สำหรับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ถามว่ารวยไหม “ผมบอกเลยว่า ถ้าใครอยู่ในการลงทุนนี้เกิน 10 ปี ต้องรวยแน่”

source: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์