Bye Singapore

จบ hackathon ของบริษัทแล้ว ได้ที่สองแหละ (จากทั้งหมดสี่ทีมใน APAC 555) เป็นความโชคดีที่มีคู่แข่งน้อยเพราะว่า 1) คนทำงานในแถบนี้เป็น non-tech เกือบหมดเลย ที่ปารีสที่เป็น R&D นี่มาเป็นหลายสิบทีม ทำกันทั้ง crypto, ICO, ML, crypto+ML (อะไรของมันนน) และ 2) ทีมที่ปารีสอาจจะรู้ว่าเค้าแจก hoodie เลยสมัครกันแล้วส่งโปรเจ็คเพ้อเจ้ออะไรก็ไม่รู้ ส่วนทีมแถบเอเชียเราเพิ่งรู้ว่ามีแจก hoodie ก็ตอนกำลังประกาศผลคนชนะ -_-” คนที่ออฟฟิศบอกว่าถ้ารู้ว่าได้ hoodie งี้ก็สมัครไปแข่งบ้างละ อ่าวไหงเป็นงั้น

ส่วนรางวัลเป็นรางวัลอะไรก็ได้ในราคาคนละ USD 200 ซึ่งดีกว่าปีที่แล้วมาก ปีที่แล้วได้กล่องแปลงมือถือเป็น VR ซึ่งเราทำหายในห้องน้ำ T_T รางวัลมันต้องเหมือนกันหมด คนในทีมตัดสินใจว่างั้นเอาเป็น Amazon giftcard คนละใบละกัน เออดี

hacker ไม่ได้อยากได้อะไรไปมากกว่า hoodie เลย จริงไหมมมม 😛 (ยังไม่มีคนส่งรูปหมู่มาให้ เลยต้องพลีชีพถ่ายตัวเองหน้าสดเอาไปก่อน)

จะบอกว่าแอบชอบทำ hackathon มาก เพราะเวลาไปจอยทีมทีไร ทุกครั้งจะมีชมว่า you’re so fast (วีขึ้น prototype ได้เร็วมาก) ทำให้รู้สึกว่าเออ นี่มันทางของเราว่ะ แล้วเวลาท hack กับ non-tech ก็ดีตรงที่ เราได้ทำสิ่งที่เราทำได้ดี (โค๊ด) ส่วนพวกนางก็ทำสิ่งที่พวกนางทำที่ได้แต่เราทำได้แย่ (พรีเซ้นต์ อัดวิดีโอ) ในโอกาสหน้าใครสนใจอยากได้ frontend เข้ากลุ่มก็ทักมาได้นะคะ ชอบๆ ทำของ 48 ชั่วโมงแล้วทิ้งเนี่ย ฮ่าๆๆ

นอกจากนี้จะมาอัพเดตว่า วีทำตัวเป็นเด็กเจนวายใจแตกลาออกจาก Criteo Singapore แล้วค่า ส่วนงานใหม่ที่จะไปคือที่ OmniVirt ยังไม่รู้ชะตาชีวิตว่าจะอยู่ไทยหรืออเมริกา ขอยืมโชคของผู้อ่านทุกท่านช่วยให้วีเป็นผู้ชนะกองจับฉลากวีซ่า H1B (วีซ่าทำงานอเมริกา) แล้วกราบขอโทษพี่ๆ ที่เคยจีบหนูด้วยนะคะ จริงๆ ก็อยากไปทำทุกบริษัทที่ไปคุยด้วยเลย

อยู่สิงคโปร์มาเพิ่งครบ 1 ปี 1 อาทิตย์หมาดๆ บอกได้เลยว่าชอบประเทศที่ไม่มีอะไรเที่ยวนีมากๆๆๆ ทุกอย่างสะดวกสบาย เดินทางง่ายและถูก อาหารหลากหลายเชื้อชาติ ไม่เหมือนญี่ปุ่นที่มีแต่อาหารญี่ปุ่น -(ส่วนใครที่คลั่งไคล้อาหารญี่ปุ่นมากๆ ขออนุญาตให้ลองไปกินอาหารญี่ปุ่นล้วนๆ ซัก 2-3 เดือนดูนะคะ) แถมกลับกรุงเทพได้เกือบทุกเดือนเลย ถูกม๊าก เรื่องไม่มีที่เที่ยวนี่ไม่ต้องห่วง จะไปบาหลีก็ถูกเหมือนกัน แต่เราไปคนเดียวมันก็จะเปลี่ยวไปนิดนึง จะบินไปออสเตรเลีย ญี่ปุ่น กระบี่ ภูเก็ตชิคๆ แบบที่คนสิงคโปร์ชอบไปก็ได้เหมือนกัน เป็นประเทศที่อยู่สบายมากเหลือเกิน ส่วนคนสิงคโปร์มีนิสัยคล้ายกับคนกรุงเทพมาก (เป็นบุคคลที่มีการศึกษาที่ขี้บ่น ติดมือถือ วันๆ ก็โวยวายเรื่องรถไฟฟ้าเสีย บ้า KOI, อาหารญี่ปุ่นและไก่เกาหลี ชอบเดินอิเกีย ชอบบินไปเที่ยวกรุงเทพเหมือนยังกะไปหัวหิน) เราไม่มีปัญหาในการปรับตัวเลย

นั่งรถไฟจากออฟฟิศ 2 ป้ายก็ไปวิ่ง ไปชมวิว MBS, Garden สวยๆ ได้แล้ว (จริงๆ จากออฟฟิศก็มองเห็นเหมือนกัน) ส่วนเมอไลออนนี่สามารถเดินจากออฟฟิศไปดูได้ทุกวัน 555

ตอนช่วงปลายปีที่แล้วแอบคิดจริงๆ ละว่าอยากจะสมัคร permanent resident ของที่นี่ (ที่นี่ไม่มี requirement ว่าต้องอยู่กี่ปีถึงจะสมัครได้ ขึ้นอยู่กับดุพินิจของรัฐบาลล้วนๆ ว่าเราคู่ควรกับมันหรือไม่) ที่นี่มีบริษัทไอทีใหญ่ๆ เยอะมาก (ตั้งแต่ apple google facebook ไปจนถึงฮิปๆแบบ spotify shopee) แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นตำแหน่ง consulting/support ซะส่วนใหญ่ แต่ถือว่ามีโอกาสดีมากๆ สมมติถ้าเราอยู่ที่นี่ต่อ เราก็มีโอกาส hop ไปเป็น technical solutions engineer หรือ software engineer ที่บริษัทอื่นได้ไม่ยากมากเหมือนกัน

ถ้าใครอยากมาลองทำงานต่างประเทศ อยากอัพเกรดเงินเดือน แนะนำให้ลองมาทำที่นี่เลย อย่าไปเกี่ยงว่างานทำอะไร เพราะสิ่งที่ได้มันเยอะมากกว่าสิ่งที่ต้องเสียไป สุดท้ายถ้างานไม่เวิร์คเราก็มีสองออพชั่นคือ กลับไปทำงานที่ไทย หรือหางานใหม่ที่สิงคโปร์ ใช่มะ

Criteo เป็นบริษัทที่ดีพอตัวเลย ให้เงินเดือนที่ค่อนข้างโอเค อารมณ์เหมือนอยู่ไทยได้เงินเดือนอโกด้า มีสวัสดิการให้พนักงานที่ดี ประกันสุขภาพได้ทั่วโลก (กลับไปรักษาที่ไทยได้ดั่งราชา) วันลายี่สิบกว่าวันต่อปี ให้ stock option นิดหน่อยพอกรุบกริบ แต่เรารีบออกก่อนเลยอด ออฟฟิศสิงคโปร์นี้ซัพพอตลูกค้าทั้ง SEA, ใต้หวัน ฮ่องกง และออสเตรเลีย เพราะฉะนั้นคนในออฟฟิศหลากหลายเชื้อชาติคละมากๆ เลย มีคนอินโดพาไปกินอาหารอินโดอร่อยๆ คนเวียดนามพาไปกินอาหารเวียดนามดีๆ (ไม่ค่อยมีดีๆ เท่าไหร่หรอกเอาจริง) คนจีนพาไปกินอาหารเสฉวน ด้วยความที่ตำแหน่งงานมันต้องซััพพอตซึ่งกันและกัน ทุกคนจะเฟรนลี่ พยายามช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี เราอยู่มาหนึ่งปีก็เริ่มรู้สึกว่าพวกเค้าเป็นครอบครัวหนึ่งของเรา เศร้าที่ต้องจากไปเหมือนกัน

มีดริ้งทุกเดือน
มีอาหารเช้าให้เกือบทุกจันทร์ ถ้าจันทร์ไหนไม่มี จะเป็นเลี้ยงอาหารเที่ยงแทน

ที่มาเล่า(หรืออวด)ตั้งนานนี่ไม่ใช่อะไรค่ะ บอสสั่งมาว่านอกจากจะต้องรีบทำแอพใหม่ให้เสร็จก่อนลาออกแล้ว ช่วยหา technical solutions engineer คนไทยมาแทนวีด้วย ด่วน!!

Job Description จะคล้ายลิงก์ข้างล่างนี้ ต่างแค่ทำออฟฟิศที่สิงคโปร์ เป็น SEA + AUNZ market แล้วก็ขอเป็นคนที่พูดภาษาไทยได้ ไม่ต้องพูดดัตช์ได้นะคะ

>>> Technical Solutions Engineer Mid-Market

ถ้าใครสนใจ รบกวนช่วยคอมเม้นท์ หรือทักแชทมาหาพร้อม linkedin ที่อัพเดตแล้ว.. ถ้า linkedin ไม่อัพเดตก็ส่ง resume ที่อัพเดตมาแทนได้ค่ะ หัวหน้าชอบคนที่โค๊ดได้ เพราะทีมพยายามพัฒนา process ให้มัน automatic เยอะๆ ค่ะ ยังมีอะไรที่ต้องทำอีกมากโข (นี่ดูละครมากไป) นอกจากงานซัพพอต/configuration แล้ว ว่างๆ เราก็ถือ 3-4 แอพทำพร้อมๆ กัน มีทั้งเขียนสคริบเรียก Google Analytics API ให้ทีม BI เทียบเดต้าได้, ​ทำ dashboard แสดงสถานะของลูกค้า, ทำ tool ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเซลล์, ทำแอพจัดเวร oncall ให้กับทีมที่ปารีส อันหลังสุดนี้ได้ทำกับคนที่ปารีส มิลาน และอังกฤษ มีประชุมอาทิตย์ละครั้ง ชิคมากๆ 55 ส่วนในอนาคตก็เห็นทีมที่ปารีสมีแพลนอยากให้ช่วยทำของยากๆ advance ขึ้นกว่านี้เยอะเลย เพราะจะได้คอนเนคเข้ากับ Criteo Engine น่าตื่นเต้นมากๆ เสียดายที่อยู่ไม่ทันได้ทำ

ใครที่บอกว่าไม่เคยมีประสบการณ์ด้านงานซัพพอต หรือคุยกับลูกค้ามาก่อน บอกเลยว่า ก่อนหน้านี้เราก็ไม่เคย!! ก่อนหน้านี้ชีวิตเราก็เคยคุยแค่กับ 1) P.O. 2) P.M. 3) designer 4) developer 5) QA ตอนเริ่มทำงานท่ี Criteo คุยกับลูกค้าครั้งแรกคือลูกค้าออสเตรเลีย สำเนียงเลวร้ายมาก ทุกวันนี้ยังคุยกับ Australian sales manager ไม่รู้เรื่องเลย ต้องพูดว่า sorry, huh, what ประมาณห้ารอบถึงจะฟังพอเข้าใจนิดนึง จำได้ว่ายังดีที่มีเซลล์คอยช่วยเวลาคุยกับลูกค้าแล้วฟังไม่รู้เรื่อง พึมพำอะไรของแก 55

ออฟฟิศ Criteo ที่สิงคโปร์

ส่วนถ้าใครอยากไปทำงานเป็นเพื่อนวี ที่ OmniVirt ก็หา software engineer (web) อยู่เหมือนกัน ติดต่อมาได้เช่นกันค่ะ