Retargeting/Remarketing คืออะไร? มาทำ Retargeting กับ Criteo ไหมคะ

บล็อกนี้เขียนเนื่องจากสองสาเหตุ สาเหตุแรกคือ วันนี้เค้าประกาศรางวัล “เด็กดีมีน้ำใจ” ประจำเดือน เอ้ย quarter ที่สาม ก็คือในแผนก mid-market ยี่สิบกว่าคนโหวตเลือกคนที่ตัวเองชอบมากสุด (ชื่อเป็นทางการคือ Q3 Peer Incentive Award) เนื่องจากเราไปเสือกงานของคนอื่นเยอะ เลยได้รางวัลป๊อปปูล่าร์โหวตนี้มา ดีใจมาก ไม่ใช่อะไร เพราะรางวัลคือเงิน 200 สิงคโปร์ดอลล่าร์เลยทีเดียว!!! แถมไม่ต้องติดรูปคู่กับเด็ก”ประพฤติดีมีวินัย” หน้าห้องเรียนเหมือนสมัยประถมอีกด้วย ดีมาก ด้วยความที่ซาบซึ้งเลยอยากตอบแทนพระคุณบริษัท

รางวัลนี้เราจะเอาไปซื้อตั๋วเครื่องบินกลับบ้านช่วงปีใหม่ คาดว่าอาจจะบินได้แค่สกู้ตหรือเจตสตาร์ น่าจะไม่พอสิงคโปร์แอร์ไลน์ช่วงปีใหม่ ฮรือ 😭


สาเหตุที่สองเนื่องจากพี่เซลล์ถามว่า “น้องวีมีเพื่อนคนไหนอยากทำ retargeting บ้างมั๊ย” หลายรอบละ เราก็อาศัยความเป็นเซเล็บ(ขี้มโนจริงๆ) และการทำ SEO ช่วยบริษัทหาลูกค้าเยอะๆ ค่ะ ขอโปรโมตบริษัทมา ณ ที่นี้นะคะ ถ้าช่วยแชร์ด้วยวีจะซาบซึ้งมากค่ะ กราบบบบ 🙏

Criteo (อยู่ตลาดหุ้น NASDAQ แล้ว) เป็นบริษัทที่ทำ retargeting จากประเทศฝรั่งเศส ก่อตั้งตั้งแต่ปี 2005 เริ่มแรกโฟกัสผลิตภัณฑ์ไปทางระบบ recommendation ต่อมาไปเอาดีทางด้าน retargeting หรือ remarketing และเริ่มเอา machine learning เข้ามาใช้จนได้ดิบได้ดีถึงปัจจุบัน ปัจจุบันมีพนักงานสองพันกว่าคน ออฟฟิศสามสิบกว่าที่ทั่วโลก ไฉไลไฮโซพอประมาณ พนักงานมีวันหยุดยี่สิบกว่าวันตามสไตล์บริษัทยุโรป ด้วยความที่ headquarter อยู่ฝรั่งเศส เลยมีความยุโรปมาก คุยกับคนออฟฟิศอื่นนี่สำเนียงอย่างมึน ชื่อยังอ่านไม่ออกเลยค่ะโว้ย Francois, Mathieu, Maciej (ทำอย่างกะชื่อตัวเองอ่านง่ายงั้นอ่ะ)

มีเยอะมาก ไปดูเอาเอง

ก่อนอื่นอธิบายก่อนว่า remarketing หรือ retargeting คืออะไร มันคือการยิงโฆษณาไปหาคนที่เคยเข้าเว็บไซต์หรือดูผลิตภัณฑ์เรามาแล้ว เหมือนเวลาเราเข้าไปเว็บ agoda.com (ยังอุตส่าห์โฆษณาไปยังบริษัทเก่าตัวเอง) ไปเสิร์ชหาโรงแรม แล้วก็ยังไม่จองแต่ปิดไป จากนั้นยังไม่ถึงหนึ่งนาที บร๊ะ ทุกโฆษณาที่เราเห็นต่อจากนี้ก็กลายเป็นโรงแรมที่เราเปิดตะกี้เลย ตามหลอกหลอนไม่มีที่สิ้นสุด

ก๊อปมาจากยูทูปบริษัท

การทำ retargeting (รีทาร์เก็ตติ้ง) หรือ remarketing (รีมาร์เก็ตติ้ง) ไม่ได้มีแค่ Criteo เจ้าเดียว เจ้าใหญ่ๆ ที่เค้าใช้กันก็มี Google, Facebook แล้วยังมีเจ้าเล็ก Adroll, Rakuten กับเจ้าใหม่ RTBHouse ว่าแล้วเราก็ไม่ลิงก์ไปหาคู่แข่งนะคะ อ่านต่อก่อนค่ะ!!

หลักการทางเทคนิคหลักๆ ของ retargeting คือ เมื่อเราเข้าไปในหน้าเว็บไซต์ มันจะมีสคริบ retargeting ที่ลูกค้าแปะเอาไว้ ซึ่งสคริบนี้จะหย่อนคุกกี้ไปว่าเราเบราเซอร์หมายเลขนี้ (เลขมั่วๆ ขึ้นมาเลขนึง) แล้วเก็บข้อมูลในระบบว่าเบราเซอร์หมายเลขนี้เคยเข้าเว็บไซต์นี้ แล้วดูสินค้าตัวนี้ แล้วเพิ่มเข้าตะกร้าละนะ แต่สุดท้ายไม่ซื้อ

จากนั้นพอเราเข้าเว็บไซต์ที่แสดงโฆษณา มันก็จะไปหาว่าอ๋อเราคือเบราเซอร์ไอดีนี้ๆ เคยเข้าเว็บ A มาก่อน แล้วสนใจโรงแรมในเกียวโตนะ ลูกค้าของ Criteo (เรียกว่าพาร์ทเนอร์) จะจ่ายเป็น Cost Per Click คือถ้ายูเซอร์ไม่คลิก พาร์ทเนอร์ก็ไม่ต้องจ่าย Criteo ก็จะแสดงโฆษณาไปเรื่อยๆ ตามมูลค่าของสินค้าและของ CPC ที่เหมาะสม ส่วน CPC ก็จะคำนวณมาจาก conversion rate (อัตราส่วนคนที่ซื้อต่อคนที่เข้าเว็บทั้งหมด), target cost of sale (เป้าว่าจะขายให้ได้หนึ่งออเดอร์ ต้องลงทุนไปเท่าไหร่) ฯลฯ

ก๊อปมาจากเว็บบริษัท

ข้อดีของ Criteo คือเรายังไม่มีระบบออโตเมท(ดียังไงฟระ..) คือ AE จะเป็นคนช่วยลูกค้าคำนวณหาค่า CPC ที่เหมาะสมกับ ROI ที่ลูกค้าต้องการ แล้วช่วยอธิบายข้อสงสัยของลูกค้าด้วยตัวเอง ปกติเราจะทำได้ตามเป้า แล้วรักษาลูกค้า (retention rate) ได้มากกว่า 90% เลยทีเดียว ส่วนใหญ่ลูกค้าที่วีดูแลก็แฮปปี้ดีค่ะ

บางคนอาจจะกังวลว่าลูกค้าเว็บเราจะเจอโฆษณาหลอกหลอนไปตามสิบชาติมั๊ย จากประสบการณ์ที่เจอคือ ถ้า CPC ไม่ได้สูงปรี๊ด หรือเราเข้าไปคลิกโฆษณา ดูเว็บเค้าบ่อยๆ เราจะตกไปอยู่ในกลุ่มยูเซอร์ไร้คุณค่า Criteo ก็จะไม่ค่อยสนใจยูเซอร์กลุ่มนี้แล้วก็จะเลิกโฆษณาไปเองแป๊บเดียว เพราะ Criteo จ่ายค่า impression ไม่คุ้มกับ CPC ที่จะได้ ถ้าให้จ่ายค่าแสดงโฆษณาไป 100 บาท แต่ได้คลิกเดียวแค่ 10 บาทก็ขาดทุนย่อยยับใช่มะ

ที่เหลือก็เป็นฟีเจอร์ยิบย่อยของ Criteo ขอแยกเป็นข้อๆ เพื่อความรวบรัด

  • ใช้ Machine Learning ในการตัดสินใจว่าจะแสดงโฆษณาอะไรให้ลูกค้า สินค้าตัวไหน ราคาที่ bid โฆษณาควรจะเป็นเท่าไหร่
  • ลูกค้าไม่ต้องออกแบบแบนเนอร์เอง เราจัดการให้หมด
  • Criteo มีเครือข่าย publisher กว้างขวาง ของไทยก็มีพวกเว็บข่าว ต่างประเทศก็พวก msn, yahoo, ฯลฯ และแสดงโฆษณาทั้งบน Google network (ทั้งเว็บและแอพ) และ Facebook หนึ่งในข้อดีของ Criteo คือการมีข้อมูลทั้งจาก Google และ Facebook ถ้าเกิดลูกค้าไปทำเองแยก Google แคมเปญนึง Facebook อีกแคมเปญนึงแล้วส่งโฆษณาพร้อมกัน ก็จะมีโอกาสที่ยูเซอร์จะโดน retarget สองรอบได้ (ไม่ optimize)
  • มีการทำ user device graph คือระบบสามารถแมประหว่างหลายๆ device ของยูเซอร์ด้วยอีเมล์ที่เข้า one-way hash (MD5, SHA265) สมมติว่าเราเปิดหาโรงแรมไอโฟนระหว่างทางกลับบ้าน พอถึงบ้านก็นั่งเล่น Facebook ในแมคบุ๊คเพลิน แล้วเห็นโฆษณาโรงแรมที่เพิ่งดูยังไม่เสร็จพอดี ยูเซอร์ก็คลิกเข้าไปแล้วกดสั่งซื้อในคอมแทนได้
  • มีฟีเจอร์ Extended Browser Support เพื่อแก้ปัญหา Safari รุ่นใหม่ไม่ยอมให้เรา track ยูเซอร์บนเว็บ โดยยูเซอร์สามารถเลือกยินยอมหรือไม่ยินยอมที่จะโดน track ได้
  • ตัวอย่างหนึ่งใน Success Stories ก็มี Zalora ที่ Criteo ช่วย drive จำนวน transactions ไปถึง 900% (เว่อวังมาก)

Requirement ของลูกค้า Criteo จะค่อนข้างเลือกนิดนึง

  • Criteo จะค่อนข้างทำได้ดีกับเว็บซื้อของออนไลน์ แต่เว็บอื่นๆ ก็ได้หมดค่ะ จะขายประกัน เอเย่นขายบ้าน ขายสว่าน หลอดไฟ หรือเว็บรับหิ้วของจากจีนก็ได้ค่ะ (เป็นหน้าที่ของวีที่ต้องทำให้เป็นไปได้ 😅)
  • เว็บต้องมี unique visitors ขั้นต่ำ 10-15k ต่อเดือน
  • งบขั้นต่ำต่อเดือน USD 1000-1500

ถ้าสนใจอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถอีเมล์หาวีได้เลยที่ [email protected] เดี๋ยวจะช่วยส่งต่อไปให้ AE ค่ะ 😊