My Workout Journey

นี่ครบรอบออกกำลังกายได้ปีนึง(กะอีกเดือนนิดๆ) พูดเหมือนก่อนหน้านี้ไม่เคยออกกำลังกาย ก็ใช่อ่ะ นอกจากจะนับ wall squat นานๆ ทีตอนเวลาเปลี่ยวๆ เราก็ไม่เคยออกกำลังกายเลย 5555

แน่นอนว่าคนเราจะลุกออกกำลังกายมันต้องมีสาเหตุ สาเหตุของเราคือ

1) เริ่มใส่เสื้อผ้าไม่ได้แล้ว ถ้าไม่ลดเร็วๆ นี้ ต้องอัพไซส์แน่ๆ จาก M เป็น L แล้วเริ่มใส่อะไรก็ไม่สวย ข้อแม้ในการแต่งตัวเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ กระโปรงสั้นใส่แล้วขาใหญ่ แขนกุดใส่แล้วแขนใหญ่ อย่าพูดถึงคร็อปท็อป (เราชอบบอกนัทว่าที่จะลดน้ำหนักเพราะว่าอยากใส่คร็อปท็อป จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กล้าใส่ 555)

2) เรียนจบทำงานแล้ว พบว่าชีวิตมีเวลาว่างขึ้นเยอะมาก มันไม่มีข้อแม้ในให้เรา “ไม่มีเวลา” ออกกำลังกายอีกต่อไปแล้ว

ตอนเรียนม.ปลาย เสาร์อาทิตย์ก็ต้องไปเรียนพิเศษ ช่วงนั้นก็เริ่มหัดกินกาแฟไม่งั้นหลับ ถ้าไม่กินกาแฟก็ต้องกินขนม พอขึ้นมหาลัย คิดว่าจะชิว ปรากฎว่าต้องอ่านหนังสือเยอะมากถึงจะตามทันกับบทเรียนและควิซจำนวนมหาศาลได้ ชีวิตกินข้าวเย็นตั้งแต่ตอนสี่ห้าโมง (ข้าวโรงอาหารก็ไม่เฮลตี้เลย ข้าวเยอะ กับน้อย) อ่านหนังสือต่อที่ร้านกาแฟ (มอคค่าปั่นวนไปค่ะ) หรือห้องสมุด (ขนม) กลับถึงบ้านสี่ทุ่มหิวละ ก็กินข้าวอีกซักมื้อก่อนนอน ที่ผ่านมาทั้งชีวิตเราทุ่มเทกับการเรียนจนไม่ได้ดูแลตัวเองเลย น้ำหนักขึ้นมาช้าๆ อย่างสม่ำเสมอ ปีละ 0.5 – 1 กิโลกรัมเป็นเวลา 7-8 ปี พอไปญี่ปุ่นก็ดับเบิ้ลขึ้นมาหน่อย ไปอเมริกาก็ทริปเปิ้ลขึ้นมาอีก ก็อาหารที่ทำงานมันอร่อยมากอ่ะ พูดแล้วก็คิดถึงเบอร์เกอร์ที่แอปเปิ้ล เย้ยยยยยย

จนเรียนจบได้ทำงานที่อโกด้า ชีวิตที่อโกด้ามี work-life balance ดีมากเว่อ ไม่มีใครดีมานให้เราทำงานดึกๆ ไม่มี unreasonable deadlines ชีวิตหลังหกโมงเย็นที่ไม่ต้องอ่านหนังสือนี่มันดีที่สุดในโลกเลย จะให้กลับไปเรียนอีกหรือเรียนต่อก็ไม่เรียนแล้วข่าาาา

เราเลยเลือกที่จะพัฒนาตัวเองด้วยการออกกำลังกายที่สัญญาว่าจะทำมาตั้งแต่อยู่ม.4 ตอนนั้นที่เซ็นทรัลเวิร์ลยังมี True Fitness อยู่ (ตอนนี้เจ๊งไปแล้ว) แม่เราซื้อคอร์สเทรนเนอร์ไว้แต่ไม่เคยไปใช้เลย เราไปเล่นเทรนเนอร์ที่ทรูประมาณ 20 ครั้งมั้ง อาทิตย์ละสองวัน รวมๆ แล้วก็ประมาณสองสามเดือน เป็นสามเดือนที่ทรมานมากกกกก เทรนเนอร์สำหรับเราคือเหมือนคนทรมานเรา จะเอาให้ตายเลยใช่ม๊ายยยย บ่นกับนัททุกวันว่าเทรนเนอร์ให้สควอทแบกท่อนซุงอีกละ ไม่ไหวแล้วนะ ปวดมากมายยยยย แต่พอเล่นไปซักเดือนนึง คือเล่นเวทกับเทรนเนอร์​ (ส่วนใหญ่เป็นพวก functional training มี weight นิดหน่อย) แล้วต่อด้วยเดินเร็ว/วิ่งอีก 30-50 นาที แบบนี้อาทิตย์ละสองครั้ง น้ำหนักมันเริ่มลงจริงๆ ตอนนั้นสามเดือน ลงไป 2-3 โลมั้ง เริ่มเห็นว่าผอมลง ตอนนั้นต้องหัดกินข้าวไรซ์เบอรี่ ทำผัดกระเพรา อาหารง่ายๆ คลีนๆ เป็นมื้อเย็นก่อนเทรน เดือนแรกต้องกินข้าวก่อนเทรนอยู่ พอขึ้นเดือนที่สองเริ่มไม่กินข้าว กินสลัด+เนื้อสัตว์ได้

พอจบกับเทรนเนอร์ เราไม่รู้สึกว่าอยากเล่นกับครูต่อแล้ว เราไม่มีความสุขเลย เราเลยลองหัดเล่นเองตามที่เค้าเคยสอน ก็เล่นได้อยู่บ้างนะ เน้นวิ่ง 40-50 นาที แล้วก็เวทอีก 20 นาที เล่นเองได้ซักพักก็เบื่ออ่ะ มันไม่สนุกเลย เราวิ่งจนถึงจุดตัน คือวิ่งนานกว่า 50 นาทีไม่ได้ซักที ทำให้เวลาวิ่งก็ไม่มีความสุข เริ่มไม่ค่อยอยากไปเล่น เราก็เว้นหายไปไม่ได้ออกกำลังกายเลยเดือนนึง

ด้วยความที่ผ่านไปเดือนนึงเริ่มรู้ตัวว่า ถ้าเล่นแล้วไม่มีความสุขแบบนี้ มันไม่ใช่วิธีที่ยั่งยืนแน่ๆ เราเลยขายคอร์สที่ทรูให้เพื่อน แล้วไปสมัคร Virgin Active ที่เพิ่งเปิดใหม่ที่สยามพอดี ด้วยความหวังว่าเราจะได้เล่นคลาส เราจะได้ว่ายน้ำ เราจะได้หาตัวเองว่าอะไรที่เราชอบทำ เคยไปลองทีนึงแล้วชอบมาก บรรยากาศมันดี เหมือนได้พักผ่อน ไม่ใช่เหมือนไปสนามประลอง

เราสมัครเทรนเนอร์จำนวน 4 ครั้งที่เวอร์จิ้น เล่นไปก็รู้สึกเหมือนเดิมคือไม่ชอบเทรนกับเทรนเนอร์เลย แต่เรากลับชอบเล่นคลาสมาก รู้สึกเหมือนเวลาเข้าไปนั่งในห้องเรียนวิชาที่เราสนใจ พอเข้าไปในคลาสแล้ว ไม่ว่าจะหนัก จะยาก หรือทำไม่ได้แค่ไหนเราก็ต้องพยายาม เพราะมีคนทำเป็นเพื่อนอยู่ข้างๆ อ่ะ เราเริ่มเล่น Mat Pilates (จะคล้ายๆ functional training แต่เน้นให้ลงน้ำหนักให้ถูกส่วน เล่นถูกท่า มากกว่าเล่นน้ำหนักเยอะๆ) กับ Step Beginner (เหมือนแอโรบิค แต่ใช้แค่เท้า 55) ว่างๆ ก็พยายามลง Pilates Reformer ซึ่งเราว่ามันดีมากกกกกก เป็นประสบการณ์ออกกำลังกายที่แปลกใหม่ ทุกคนควรจะได้ลอง

สมดุลร่างกายที่ดี คือ จุดเริ่มต้นของสิ่งดีๆ ในชีวิต และยังเสริมสร้างกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ให้แข็งแรงและยืดหยุ่นมากขึ้น โดย…

Dikirim oleh Virgin Active Thailand pada 27 Oktober 2016

ของจริงไม่โหดขนาดนี้นะ อย่าเพิ่งตกใจ 5555

พอเข้าคลาสน้ำหนักลงช้ากว่าเดิมเยอะ แต่สิ่งที่ได้คือเรามีความสุขกับการออกกำลังกายเยอะขึ้นมาก เราเลิกวิ่งไปเลย ทุกวันหลังเลิกงาน การเข้าฟิตเนสกลายเป็นช่วงเวลาที่ได้พักผ่อนจากการทำงาน เป็นเวลาที่ได้ดูแลตัวเอง อาบน้ำเสร็จก็รู้สึกสดชื่น กลับบ้านไปแบบเหนื่อยล้าแต่ก็แฮปปี้ เอาจริงเรารู้สึกเหมือนเข้าพวกคลับเฮ้าส์มากกว่าไปฟิตเนสเลย

พอเล่นไปซักพัก ไขมันเราลดเรื่อยๆ การกินก็ยังกินคลีน 50% กินปกติ 50% (ยังกินเฟรนช์ฟราย เบอร์เกอร์ บุปเฟ่ต์ แต่ลดลงจากสมัยเรียนครึ่งนึง) เราอยากอัพกล้ามเนื้อให้เยอะขึ้น ก็เลยไปลองคลาส body pump ดู แรกๆ ก็ทำไม่ค่อยได้เป็นปกติ แต่ด้วยความมีประสบการณ์ในเรื่องเข้าคลาส คือครั้งแรกๆ เป็นปกติที่จะทำไม่ได้ ให้เข้าไปบ่อยๆ เข้าเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ทำได้ดีขึ้นเอง จนตอนนี้เราติด body pump มาก มีความรู้สึกว่าต้องไปเข้าอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ไม่งั้นรู้สึกแปลกๆ (ไม่รู้เพราะกลัวกลับมาอ้วน หรือเสียดายเงินค่าฟิตเนส)

FB LIVE กับ BodyPump 100 มาแล้ว! พร้อมรึยังที่จะรู้จักประสบการณ์ใหม่ของคลาสออกกำลังกายและสนุกไปกับการเทรนนิ่งสุดมันส์ครั้งนี้! เริ่มจองคลาสตั้งแต่วันนี้ อย่าลืม! พาเพื่อนมาร่วมสนุกได้มากถึง 3 คน โดยจองผ่าน MyLocker และติดต่อเจ้าหน้าที่ของเรา http://bit.ly/2iaogjJBodyPump 100 is here. This time around we're raising the bar to include you in our training. Grab your bar or a bamboo pole and take part wherever you are! Lift, not like this video (:You can invite up to 3 friends through MyLocker, and speak with our receptionists to book them a class to take part with you. Click! http://bit.ly/2iaogjJ

Dikirim oleh Virgin Active Thailand pada 13 Januari 2017

Bodypump 100 นี่เป็น release ที่ชอบมาก เสียดายมีมาแค่แป๊บเดียว T_T

พอมาอยู่สิงคโปร์ ตอนแรกก็ไม่อยากจะสมัครฟิตเนสหรอกนะ เพราะแพงมากแถมไม่ดีเท่าที่ไทย แต่ลึกๆ รู้เลยว่าไม่รอดแน่ๆ เพราะอยู่ที่นี่คนเดียว ไม่ค่อยมีเพื่อน ไม่ค่อยมีอะไรทำ ถ้าไม่เข้าฟิตเนสนี่ต้องร้องไห้กลับไทยแน่ๆ สุดท้ายก็เลยย้ายเมมเบอร์มา virgin active ที่นี่ ไปยกน้ำหนัก ไปเข้าคลาสแปลกๆ ที่ไม่มีที่ไทยก็สนุกดี ที่นี่มี POP Pilates คือเล่น pilates ประกอบเพลงป๊อป (ส่วนใหญ่เป็น girl group แบบ fifth harmony กะ little mix ให้ความรู้สึก empowering มาก 5555) จังหวะของท่ามันจะเร็วมาก ไร้ซึ่งความ zen ที่ควรจะต้องโฟกัส body alignment ของ pilates ต้นฉบับเลยซักนิดเดียว

อันนี้เป็นข้อคิดที่เราได้เล็กๆ น้อยๆ จากปีนึงที่ผ่านมา เราอาจจะไม่ใช่คนที่ควรเอาเป็นแบบอย่างในเรื่องของการลดน้ำหนัก (กินเฟรนฟรายอยู่แบบนี้มันจะลดไหมห้ะะะะะ) ตัวเลขเราไม่ได้ลงเยอะ ยังมีพุงอยู่ แต่บางวันที่เรากินดีๆ มันก็จะมีลายกล้ามเบาๆ ให้เห็นนิดหน่อยพอให้ดีใจเล่น (เราว่าเล่น pilates ช่วยเยอะเลย เผื่อใครสนใจ) แต่เราก็ได้ข้อคิดหลายๆ อย่างเผื่อว่าจะช่วยให้กำลังใจกับคนอื่นได้ เรารู้สึกตัวเองเอาชนะได้สิ่งนึงในชีวิต (นัทมันคิดในใจไปแล้วว่าชีวิตนี้วีก็คงออกกำลังกายไม่ได้) ปี 2016 เป็นปีของการออกกำลังกายของเราจริงๆ

  1. หาอะไรก็ได้ที่ทำแล้วตัวเองชอบ จะวิ่ง ขี่จักรยาน เล่นโยคะ หรือเข้าคลาสบ้าๆ บอๆ อย่าไปเครียดกับเป้าหมายลดน้ำหนักมาก เรามองว่า maintaining healthy lifestyle สำคัญกว่า
  2. เมื่อก่อนก็คิดว่าออกกำลังกายแล้วกินเท่าไหร่ก็ได้ (ดูแบบอย่างมาจากน้องสาวที่เป็นหมอทหารมา มันกินล้างผลาญมาก แต่พุงนิ๊ดเดียวอ่ะ) แต่พอเราเข้าคลาสบอดี้ปั๊มเลยค้นพบสัจธรรมอย่างนึงในชีวิต คือ สาวใส่สปอร์ตบราที่อยู่หน้าห้องแกยกน้ำหนักแค่ 2 โล แต่คุณป้าอ้วนๆ ข้างๆ เรานางยก 10 โลค่ะ ถ้ายกสองโลแล้วผอมแบบนางข้างหน้าจริง คุณป้าข้างๆ เรานี่น่าจะผอมไปนานแล้วป้ะ เห็นด้วยกับเรื่องที่ว่า 80% มันอยู่ที่การกิน
  3. คนเรากินแต่ผัก กินอาหารคลีนจัดๆ ได้ไม่เท่าไหร่หรอก มันไม่ยั่งยืนเลย เรากินสลัดได้แค่เดือนเดียว จนช่วงหลังๆ นี่แทบจะร้องไห้ ไม่อยากกินอีกแล้ว 5555 เราแน่ใจว่าคนอืนๆ ที่ออกกำลังกายก็เป็นเหมือนกัน (แต่อาจจะยกเว้นนางที่ใส่สปอร์ตบราด้านบน) เพราะฉะนั้นไม่ต้องรู้สึกผิดถ้ากินไม่คลีน พยายามบาลานซ์กับประนีประนอม น่าจะทำง่าย ยั่งยืน และมีความสุขกว่า
  4. นอกจากไขมันที่ลดลง กล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้น การเล่นเวทช่วยเรื่องของท่าทางการยืนเยอะมาก พอเล่นเวทไปบ่อยๆ เราจะชินกับท่ายืนเก็บพุง เปิดอก ทำให้ดูผอมลงโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย โกงสุดๆ

ต่อจากนี้เราก็คงเข้าคลาสไปเรื่อยๆ เพราะรู้สึกสนุกดี น้ำหนักจะลดหรือไม่ลดก็ไม่ได้แคร์กับตัวเลขมากละ จากปีที่แล้วที่ใส่ไซส์ M แล้วแน่นมากๆ ตอนนี้เริ่มกลับมาใส่ไซส์ S ได้บ้างแล้ว (ปัญหาคือทิ้งไปหมดแล้วอ่ะ ต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่อีก ฟรักกกกก) เป้าหมายคร็อปท็อปยังดูอีกยาวไกล แต่เราก็รู้สึกว่าเรามาถูกทาง เพราะเรามีวิถีการใช้ชีวิตตามที่เราต้องการ และเราก็มีความสุขกับทุกๆ วันที่ไปฟิตเนส (อาจจะยกเว้นวันที่เล่นสควอทผิดท่าแล้วปวดหลัง)

ป.ล. ลืมไปเลยว่าต้องขอบคุณจีจ้ามานิตา นางเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรามีความรู้สึกว่าเราก็ออกกำลังกายได้เหมือนกัน กราบบบบบ