หลีเป๊ะไปยังไง (How to go lipe)

เมื่อเดือนมกราที่ผ่านมาเราไปหลีเป๊ะกับเพื่อนๆ เป็นทริปที่จอง รอคอย และเฝ้ารอมานานม๊าก จองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าครึ่งปี (จนเพื่อนติดธุระสำคัญ ไปไม่ได้คนนึง 55) พอกลับมาแล้วมีพี่ๆ เพื่อนๆ หลายคนถามเกี่ยวกับทริปเลย เลยว่าไหนๆ น่าจะเขียนเก็บและแบ่งปันให้กับคนที่สนใจต่อๆ ไป

TL;DR; หลีเป๊ะสวยมาก เดินทางนานมาก นอกจากค่าโรงแรม อย่างอื่นก็ไม่ได้แพงอย่างที่กะไว้ ไปกับทัวร์ก็ง่ายดี

หลีเป๊ะสวยมากกกกก

0. วางแผนเที่ยวก่อน

ศึกษาก่อนเลยว่าหลีเป๊ะมีอะไรบ้าง แพคเกจทัวร์ส่วนใหญ่จะเป็น 3 วัน 2 คืนดังนี้

  • วันแรกเดินทางถึงเกาะหลีเป๊ะประมาณตอนบ่าย พักผ่อนตามอัธยาศัย ซึ่งได้แก่
    1. นอนเฉยๆ ริมหาด
    2. เล่นน้ำหน้าหาดหลีเป๊ะ
    3. ดำน้ำตื้นแถวๆหน้าหาดดูปะการัง (ยังไม่เคยลอง คิดว่าคงไม่สวยมาก แต่พอแก้ขัดได้มั้ง)
    4. พายเรือคายัก หน้าหาดเกาะหลีเป๊ะน้ำไม่ลึกมาก พายเรือขำๆ ก็ฮิปสเตอร์ดี
    5. กลางคืนไปกิน ดื่ม แด๊นซ์ (มีป่าวฟระ อันนี้ไม่แน่ใจ) หรือเดินช้อปปิ้ง กินตลอดคืนที่ถนนคนเดิน
  • วันที่สองออกเดินทางกับเรือหางยาวเพื่อดำน้ำดูปะการังรอบๆ เกาะหลีเป๊ะ ทัวร์แบบพื้นฐานจะให้ดำในเกาะโซนใน (ไปใกล้ๆ) ถ้าอยากไปโซนนอก (สวย อลังการกว่า) ก็เพิ่มเงินอีกนิดหน่อยได้ กลับมาถึงก็ประมาณสี่ห้าโมง
  • วันที่สามเก็บของกลับบ้าน จะมีเรือสองรอบ รอบเช้าเรือออก 9 โมง (ถึงหาดใหญ่ประมาณเที่ยง/บ่ายโมง) รอบบ่ายเรือออกบ่ายโมง (เดาว่าคงถึงหาดใหญ่เย็นๆ เลย)

สำหรับคนที่อยากดำน้ำเพิ่ม (วันเดียวไม่จุใจ) ก็สามารถเพิ่มวันได้ อาจจะเป็นโซนในวันนึง โซนนอกวันนึงก็ได้ หรืออยากพักผ่อนในโรงแรมที่พักเพิ่มอีกวันก็ได้ แต่ที่เราไปเราดำน้ำแบบโซนนอก+โซนในภายใน 1 วัน แล้วจองเป็น private tour เฉพาะแก๊งตัวเองด้วย ทำให้ดำน้ำได้เยอะ ไม่ต้องรอใคร วันเดียวก็คิดว่าดูเต็มอิ่มแล้วนะ (จนเมาเรือ ขึ้นบกก็เมาบก)

สำหรับคนที่อยากแวะเที่ยวเมืองหาดใหญ่ก็กะๆ ไว้ว่าอยากเที่ยวอีกกี่วันเพิ่มไป

หลังจากวางทริปคร่าวๆ แล้วก็ไปต่อสเตปต่อไปเลย

สวยมากน้ำตาจิไหล

1. ดูฤกษ์ดูชัย

อันนี้ไม่รู้เกี่ยวหรือเปล่า แต่เราเคยอ่านมาว่ามันจะมีช่วงทะเลน้ำขุ่น (ดูปะการังไม่ใส) กับช่วงน้ำใส (จะได้เห็นปะการัง ปลาน้อยใหญ่ชัดๆ) เราเลยก่อนอื่นดูฤกษ์ยามอันดี เอาให้ติดเสาร์อาทิตย์ จะได้ไม่ต้องลาเยอะ

เสริมว่าหลีเป๊ะเปิดเกาะทั้งปี แต่ถ้าอยากไปแบบไม่มีมรสุมก็ไปช่วง high season อ้อแล้วช่วง low เค้าจะปิดไม่ได้ดำน้ำบางจุดด้วยนะ ไม่เคยไป low อันนี้บอกไม่ได้เหมือนกันว่าต่างกันยังไง

2. ตั๋วเครื่องบิน

จองช่วงโปร 0 บาทของแอร์เอเชีย ไปวันพฤหัส กลับวันอาทิตย์ (พักเที่ยวที่หาดใหญ่คืนนึง จะได้ชิวๆ) ได้มาในราคาไปกลับ 9xx บาท เราถือว่าใช้ได้เลยนะ

เที่ยวบินไปหลีเป๊ะ

ทัวร์มักจะบอกว่าให้ลงไฟลท์เช้าที่สุด เพราะเรือจะมีแค่ 1-2 รอบ/วันในช่วงเช้า ถ้าไปถึงบ่ายจะไม่มีเรือข้ามไปเกาะหลีเป๊ะ (รถตู้จากหาดใหญ่นั่งไปท่าเรือที่สตูลใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง,​ นั่งรอเรือครึ่งชั่วโมง, นั่งเรือไปเกาะอีกประมาณ 1 ชม. จะสามารถถึงหลีเป๊ะเร็วสุดประมาณบ่ายโมง)

แต่เราเห็นป้ายบอกรอบเรือ ก็เหมือนว่ามีรอบบ่ายด้วยแหละ เอาเป็นว่าลองสอบถามทัวร์ดูว่ามีรอบไหนบ้าง น่าจะขึ้นกับฤดูกาลและวันด้วยมั้ง

3. จองทัวร์

เราว่าเพื่อให้สะดวกสบายและง่ายที่สุดก็ซื้อแพคเกจกับทัวร์ไปเลย ราคาไม่ต่างกันกับจองเองจัดการเองมากเท่าไหร่ เผลอๆ จองเองแพงกว่าด้วยซ้ำ

สิ่งที่ทัวร์ให้

  • รถตู้รับส่งไปกลับสนามบินหาดใหญ่ไปท่าเรือปากบาราที่สตูล (ปกติขาละ 100 บาทมั้ง) รถที่เราไปนั่งได้ประมาณ 9 คน อาจจะต้องแชร์กับคนอื่นด้วย
    * เราสามารถขอเปลี่ยนจากให้มาส่งที่สนามบิน เป็นส่งที่โรงแรมในหาดใหญ่ได้
  • เรือสปีดโบ๊ท (ลำใหญ่ จุประมาณ 30-50 คนแล้วแต่ไซส์) ข้ามไป-กลับเกาะหลีเป๊ะ (ปกติไปกลับคนละ 1000 บาท)
  • ที่พักโรงแรมในเกาะหลีเป๊ะพร้อมอาหารเช้า อันนี้ราคาแตกต่างกันไปขึ้นกับความหรูหราของโรงแรม (ดูเรทปกติได้ที่เว็บอโกด้าเลย)
  • รถรับส่งจากท่าเรือไปโรงแรม อันนี้ส่วนใหญ่โรงแรมจะเป็นคนจัดการให้ ลองถามทัวร์เพราะอาจจะแตกต่างกันในแต่ละโรงแรม (เกาะหลีเป๊ะจริงๆ เล็กมาก นั่งรถแค่ 5 นาทีก็ถึงอีกด้านของเกาะละ)
  • ทัวร์ดำน้ำ แพคเกจมาตรฐานคือเกาะโซนในพร้อมอาหารกลางวัน (กล่องข้าว) แต่สามารถอัพเกรดเป็นใน+นอก 1 วัน (เพิ่มไม่กี่ร้อย),​ ใน+นอก 2 วัน (เพิ่มเป็นพัน),​ private tour (ขึ้นอยู่กับจำนวนคน ถ้าคนไปเยอะก็จ่ายน้อย) ได้ตามอัธยาศัย

บางคนเข้าใจว่าการไปทัวร์จะต้องรอคนนั้นคนนี้เสียเวลา พอถึงเวลาจริงๆ ถ้าเราจองดำน้ำแบบ private tour มันก็ไม่ต่างกับไปกันเองเลยนะ เพราะว่าเวลาเราไปเองจริงๆ คงไม่ได้เหมารถตู้ เหมาเรือไปเองหรอกใช่มะ

บรรยากาศหน้าหาดหลีเป๊ะ ชิวเว่อ (ตอนไปมีเมฆเยอะ เลยถ่ายออกมาไม่ค่อยสวย)

4. จัดกระเป๋า

ของที่ต้องเตรียม ก็ basic beachwear รองเท้าแตะชิลๆ กางเกงขาสั้น (ต้องลุยน้ำบ้าง) แต่ที่แนะนำเป็นพิเศษคือ

  • กล้อง จะเทพไม่เทพแล้วแต่ศรัทธา เอากล้องใหญ่ไปก็กลัวน้ำหน่อย แต่ถ้าโกโปร,ไอโฟน ก็เตรียมเคสแล้วลงน้ำได้เลย (แนะนำเป็นพวก action camera)
  • คนที่จุกจิกเรื่องหน้ากากดำน้ำเก่า/ไม่สะอาด อาจจะซื้อหน้ากากดำน้ำไปเองเลยก็ได้จากกรุงเทพ ซื้อที่เกาะโน่น overprice + ไม่ค่อยมีให้เลือก (มะ?) ที่รีสอร์ทส่วนใหญ่มีให้เช่า 20-50 บาทต่อวัน ส่วนถ้าไปดำน้ำเค้ามีให้อยู่แล้วจ้าๆ (พร้อมชูชีพ)
  • หรือจะหาซื้อหน้ากากดำน้ำแบบไม่ต้องคาบท่อก็ได้ แบบนี้จะประมาณ​ 1800 บาท
  • ครีมกันแดดเยอะๆ แว่นกันแดด หมวก เสื่อนอนชายหาด บีชแบ็ค (อันนี้ตามความอลังการของพร๊อพแต่ละคน)
  • น้ำ ขนม แพงกว่าบนบกเล็กน้อย (แพงกว่าประมาณ 10-20 บาท) ถ้างบน้อยสะดวกขน ก็ขนจากบนบกได้เลย แต่ค่าครองชีพหลีเป๊ะถูกกว่าภูเก็ตอยู่นะบอกเลย = =”
Walking Street ที่… หาดใหญ่ (ไม่ได้ถ่ายที่หลีเป๊ะมาง่ะ T^T)

5. ไปสิรออะไรอยู่

  • เตรียมเอกสารให้พร้อม (ตั๋วเครื่องบิน วอชเชอร์ทัวร์ คอนแทครถตู้ คอนแทคทัวร์) คอนเฟิร์มทริปกับทัวร์ให้เรียบร้อย อย่าเอาของเหลวขวดใหญ่กับของมีคมขึ้นเครื่องล่ะ เช็คดีๆ
  • รถตู้จะมารับจากสนามบิน ไปส่งที่ท่าเรือ ณ ตอนนั้นเราจะได้เจอตัวแทนทัวร์ ให้เช็คว่าโรงแรมเตรียมตัวมารับเราเรียบร้อยแล้วหรือไม่ ถามเส้นทางไปโรงแรมให้เรียบร้อย (เผื่อโดนทิ้งกลางทางแบบเรา) เบอร์ติดต่อโรงแรม ติดต่อโรงแรม “ก่อน” ขึ้นเรือ ว่าจะมารับที่ไหน ติดต่อเบอร์ใคร บางทีทัวร์ไม่ยอมจัดการให้ (แบบเรา) พออยู่กลางทะเลแล้ว สัญญาณมีบ้าง ขาดบ้าง ลำบากมากค่ะ T_T
  • พอเช็คอินเรียบร้อย ลองติดต่อกับทัวร์ ขอเบอร์ของคนขับเรือหางยาวที่จะมารับวันต่อไปให้ดี โทรนัดแนะเวลาสถานที่ให้เรียบร้อย ถามให้มั่นใจว่าอาหาร เครื่องดื่ม หน้ากาก ชูชีพ มีให้พร้อม ครบคนหรือไม่
  • ที่เหลือก็เอนจอยค่า 😀
อันนี้น่าจะเป็นเกาะตะรุเตา ระหว่างทางไปหลีเป๊ะ เค้าจอดแวะให้ฉี่ก่อน (ไม่ใช่ละ)

ขอบคุณรูปสวยๆ จากนัท บอกเลยว่าของจริงก็สวยประมาณนี้เลยแหละๆๆ ต้องไปให้ได้นะะะะะ