Guideline to Graduation (Ceremony)

กลับมาเขียนบล็อกแล้ว พอดีได้มานั่งไล่ดูรูปรับปริญญา แล้วก็ย้อนนึกไปว่าตอนนั้นอยากได้พวก guideline มาก เพราะมีคำถาม้ต็มไปหมด ตอนนั้นก็อาศัยถามเพื่อนๆ เอา (เพื่อรับไปก่อนแล้ว) เกรงใจนิดนึงเหมือนกัน เราเลยว่าน่าจะมีคนเขียน tips ออกมา อันนี้ apply ได้เฉพาะของของจุฬาฯ ที่เดียวนะ

Step 0 แจ้งจบการศึกษา

เป็นสเตปศูนย์เลย เพราะมันเกิดเร็วมาก ในช่วงเทอมสุดท้ายที่เรียน มันจะมีช่วงที่เราต้องไปแจ้งจบการศึกษา (จำไม่ค่อยได้เหมือนกัน นานมากแล้ว) อันนี้ขอให้ตามข่าวตั้งแต่ช่วงเปิดเทอมสุดท้ายเลย แล้วมาร์คลงปฏิทินในมือถือเลยว่าต้องไปแจ้งก่อนวันไหน เพราะถ้าแจ้งไม่ทันเสียค่าปรับหนึ่งพันบาท!! โดนมาแล้ว เพราะเราดรอปไปหนึ่งเทอม เลยทำให้เลื่อนมาจบในเทอมแรก แล้วเทอมแรกไม่ค่อยมีคนขอจบกัน เลยไม่รู้ข่าว บายยยย

Step 1 วัดชุดครุย

ในช่วงเทอมสอง ทางคณะหรือทางมหาลัยจะประกาศว่ามีร้านมาเปิดวัดไซส์ชุดครุยตั้งแต่วันนี้ๆๆ ถึงวันนั้นๆๆ พร้อมกับจ่ายค่ามัดจำด้วยเลย ราคาก็แตกต่างกันออกไปตั้งแต่แบบ เช่า เช่าตัด (วัดตามไซส์เรา ตัดใส่เสร็จแล้วไปคืน) กับตัดเป็นของเราเองเลย ราคาตัวครุยจำแน่ชัดไม่ได้ อยู่ที่ไม่เกินหนึ่งพันบาท (ถ้าเช่ารู้สึกจะประมาณหกร้อยบาทอะไรนี่แหละ จำเป๊ะๆ ไม่ได้) ถ้าผู้ชายต้องตัดชุดขาวไปด้วยเลย ส่วนผู้หญิงใส่เป็นชุดนิสิตแทน ซึ่งไปซื้อเอาตอนใกล้ๆ ก็ได้ เผื่ออ้วน/ผอม

ตัวอย่างชุดครุย
ตัวอย่างชุดครุยคณะวิศวะ

Step 2 รับใบจบ + transcript

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า step นี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ขอแทรกไว้ตรงนี้เลยละกัน เอาเป็นว่าอย่าลืมไปรับ ต้องเช็คข่าวดีๆ จากเว็บทะเบียน เพราะถ้าเลยกำหนดเค้าจะไม่เก็บไว้ให้! (ของเราจริงๆ ก็ไปรับไม่ทันกำหนด แต่อาจจะเพราะว่าจบตั้งแต่เทอม 1 เลยต้องไปรับก่อนชาวบ้าน เค้าเลยเก็บไว้ให้เรายาวกว่าปกติหน่อย ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าถ้าจบปกติเทอมสอง ไปรับไม่ทันแล้วเค้าจะเก็บไว้ให้มั๊ย)

อ้อ แล้วมันมีต้องไปลงทะเบียนในเว็บของพิธีรับปริญญาเพื่อรับบาร์โค๊ดด้วยนะ

Step 3 รอประกาศวันซ้อม + วันรับของคณะเรา และจองช่างภาพกับช่างแต่งหน้า

ช่างถ่ายภาพที่ฮอตๆ จะเต็มตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่ประกาศวันซ้อม ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าช่างแต่งหน้าดังๆ จะเหมือนกันมั๊ย (พวกช่างแต่งดารา) เราขอคอนแทคช่างถ่ายรูปมาจากเพื่อนที่รับไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ข้อดีของการรับช้ากว่าคนอื่นคือรู้ feedback ว่าช่างคนไหนดี/ไม่ดี แล้วเราสามารถเลือกช่างที่ถ่ายภาพถูกใจเราได้ ฮ่าๆ

  • จากประสบการณ์เคยไปถ่ายรูปวันรับ/วันซ้อมให้นัท แล้วมันเป็นงานที่เหนื่อยมากกก (นัทก็รู้สึกเหมือนกัน เลยไล่ให้เราไปจ้างช่าง แทนที่จะมาถ่ายให้เรา -_-) เราเลยไม่อยากให้คนอื่นต้องมาเหนื่อยขนาดนี้ (แถมรูปก็ไม่สวยด้วย 555) แต่ถ้ามีคนเต็มใจถ่ายให้ แล้วเราก็ไม่ซีเรียสกับการได้รูปที่กลางๆ มันก็เป็นช้อยส์ที่ดี (และประหยัดได้เยอะมากกกก)
  • ช่างถ่ายภาพราคาปกติจะอยู่ที่ประมาณ 4000 บาทเต็มวัน เราโอเคที่จะจ่ายแพงอีก 500-1000 บาทถ้าได้ช่างที่อารมณ์ดี ถ่ายรูปสวย ขยันถ่ายกว่า จ่ายเพิ่มอีกนิด แต่รูปสวยทั้งม้วน ก็โอนะ
  • ต้องทำใจว่าช่างถ่ายรูปที่ฮอตๆ จะได้รูปช้า แต่เอาน่า สวยชัวร์ 555
  • วันซ้อมจริงจองทั้งวันไปเลย เพราะเข้าหอประชุมแค่แป๊บเดียว (ไม่เกิน 3 ชั่วโมง) แล้วเตรียมตัวมาเช้าๆ หน่อย ช่างจะได้ถ่ายรูปสวยๆ ให้เราก่อนที่เพื่อน/ญาติจะมา เพราะถ้าเพื่อนๆ ญาติๆ มาแล้วเราจะต้องเม้าท์กะพวกเค้า
  • วันรับจริง แล้วแต่ว่ามีคนมาหาเยอะมั๊ย แต่เราคิดว่าจองแค่ครึ่งวันก็พอ หรือจริงๆ ถ้าคนมาหาน้อยมาก ก็ไม่ต้องจองเลยก็ได้นะ แล้วหาคนช่วยถ่ายเอา วันจริงเราชิวกว่าวันซ้อมมาก
  • ช่างแต่งหน้า ถ้าไม่ได้ซีเรียสว่าต้องเป็นคนนั้นคนนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องรีบจองขนาดนั้น เราจ้างช่างวันซ้อม 2000 บาท (ต้องไปแต่งที่ร้าน ช่างแพง แม่จ้างให้) กับช่างวันจริง 1300 บาท (เค้ามาแต่งให้ที่บ้าน แต่ต้องตื่นเช้ามากกก เพราะเค้าคิวเยอะ) ผลงานออกมาต่างกันไม่เยอะมาก ส่วนตัวรู้สึกว่าช่างที่จ่ายแพงจะได้หน้าที่แน่น (= ติดทนนาน) กับดูธรรมชาติกว่าหน่อย พยายามนัดเวลากับช่างไว้ให้เรียบร้อยเลย เผื่อเวลาแต่งหน้าไว้ 1-2 ชั่วโมง และเผื่อเวลาเดินทางด้วย
  • ช่างแต่งหน้าจำเป็นมั๊ย จริงๆ เราว่าก็กลางๆ อ่ะ คือถ้าแต่งหน้าได้เองอยู่แล้วก็โอเค แต่ส่วนตัวเราอยากดัดผม ซึ่งถ้าไปทำที่ร้านเค้าจะคิด 600+ บาทอยู่แล้ว เราเลยคิดว่าจ่ายอีกหน่อยนึงแล้วเค้ามาทำให้ที่บ้าน กับแต่งหน้าให้ด้วย มันก็โอเคนะ (สุดท้าย งบเลยบานปลายเช่นนี้นี่เอง 555)
  • เอ้อ ว่าด้วยเกณฑ์การแต่งหน้า บัณฑิตจุฬาฯ ใส่ขนตาปลอมได้ (ไม่เอาแบบหนักเว่อร์ๆๆๆ) ย้อมผมสีน้ำตาลธรรมชาติได้ ปากห้ามทาลิปสีจัดเว่อร์ ห้ามทาเล็บ ห้ามใส่เครื่องประดับ ตัดเล็บให้เรียบร้อย ผู้ชายโกนหนวดมาให้เรียบร้อย อันนี้เค้าจะเช็คในวันรับจริง ส่วนวันซ้อมจัดเต็มได้ตามปกติ ไม่มีคนเช็คค่าา

Step 4 รับชุดครุย + เตรียมชุดรับปริญญา

อันนี้เค้าจะบอกว่าให้ไปรับครุยได้วันไหนบ้าง (รู้สึกบอกไว้ในเฟซบุคเพจ CU Graduates ของแต่ละปีๆ) ก็เตรียมไปให้เรียบร้อย เราไปรับสาย (อีกแล้ว.. อย่าทำตัวแบบนี้นะเด็กๆ =w=) มันเลยคนไม่เยอะมาก เพราะถ้ารับวันของคณะวิศวะคนเยอะมากๆๆ มีน้องที่ไปตามกำหนดวันรับก็ต้องรอคิวนานหน่อย ลองเผื่อเวลาไปด้วยๆ เวลาไปรับก็เตรียมแค่ใบรับ แล้วก็ไปตัวเปล่าได้เลย จะไปซื้อเสื้อกับกระโปรงกับที่ร้านเลยก็ได้ (แต่เราไม่ได้ซื้อ)

ว่าด้วยเรื่องชุดนิสิตรับปริญญาผู้หญิง

ไม่รู้เหมือนกันว่ามีคนซื้อชุดนิสิตใหม่เยอะมั๊ย แต่เราเป็นคนหนึ่งที่ซื้อชุดใหม่ทั้งเสื้อและกระโปรง เพราะ 1) ผอมลง (จริงๆ คือเสื้อมันเก่า อยากหาเรื่องซื้อใหม่วิ๊งๆ 555) 2) ไม่มีกระโปรงสอบ (ที่ยาวถึงเข่า) เราไปซื้อก่อนวันซ้อมแค่หนึ่งวัน ที่ร้านขายเสื้อนิสิตปกติ (ไม่ได้ซื้อที่ร้านตัดชุดครุยแบบคนส่วนใหญ่)

  • ถ้าไปซื้อเสื้อนิสิตใหม่ บอกว่าตัดเสื้อรับปริญญา (ป.ตรี) จะได้เสื้อที่แขนยาวกว่าปกติพอสมควร (ตามระเบียบชุดครุย) ราคาอยู่ที่ ~250 บาท
  • กระโปรงรับปริญญา เค้าจะวัดสะโพกและความยาว ได้กระโปรงที่ยาวมากโฮกกก (เว่อร์ไป จริงๆ คือยาวคลุมเข่าพอดี) ผ่าหลัง ราคาอยู่ที่ ~250 บาทเช่นกัน
  • เราเชื่อคนขายว่ากระโปรงต้องยาวเลยเข่า แต่จริงๆ พอถึงวันจริง กระโปรงยาวเท่าระดับกลางเข่าก็โอเคแล้ว (ยาวเกินเดินทรมานมากกก อาจารย์ก็พูดเองว่าไม่แนะนำให้ตัดยาวเกินไป) แล้วคนขายจะชอบวัดให้ใส่แบบเอวสูงแบบอินเทรนด์ แต่ถ้าบางคนชอบใส่เอวต่ำมากกว่าก็บอกคนขายได้นะ เราว่าไม่จำเป็นต้องใส่เอวสูงเสมอไป
  • รองเท้า อาจารย์บอกว่าใส่เป็นส้นเตี้ยได้ ไม่ต้องส้นสูง แค่ขอเป็นสีดำเรียบ (อ่าว ทำไมเพิ่งบอกกกก) รองเท้าคัทชูกับเราเป็นศัตรูกันเสมอมา ซื้อบาจามาคู่ละ 600 บาท (รุ่นที่เค้าบอกว่านิ่มด้วยนะ) สุดท้ายมันก็กัดอยู่ดี เสียดายเงินที่สุด แง
  • ถึงวันรับจริง นอกจากพวกเล็บ/หน้า/ผมแล้ว อาจารย์เช็คแค่ว่าไม่ได้เอามือถือเข้าไป กระโปรงไม่สั้นไป ใส่ถุงน่องเรียบร้อย ไม่ได้เช็คความยาวแขนเสื้อ เพราะฉะนั้นจริงๆ ใส่ชุดนิสิตปกติก็ได้นะ ไม่ต้องซื้อใหม่สำหรับวันรับปริญญา
ติดกระดุมเม็ดบนด้วยนะ
ติดกระดุมเม็ดบนด้วยนะ

Step 5 วันซ้อมรับวันแรก

เราลางานทั้งวันไปเลย 555 แวะกลับไปมหาลัย ทำโน่น ทำนี่ กลับไปกินข้าวอร่อยๆ ที่คณะ ซื้อของเตรียมตัว วันแรกเค้าให้ใส่ชุดสุภาพ (ไม่ต้องชุดนิสิต) ผู้หญิงห้ามใส่กางเกง เราใส่กระโปรงรับจริง + ถุงน่อง + รองเท้ารับจริงเลย ก็โอเคนะ สำหรับคนที่ไม่ชินจะได้ฝึกๆ ไว้ แต่วันซ้อมวันที่ 2 ไม่จำเป็นต้องใส่ถุงน่องมาก็ได้ ไม่มีใครเช็ค 555 ที่แนะนำยังงี้เพราะว่าวันซ้อมจริง (วันที่ 2) ต้องยืน + เดินทั้งวัน ใส่ถุงน่องแล้วอึดอัดเหมือนกัน

อย่าลืมปริ้นท์บาร์โค๊ดมาๆๆ

ถุงอิเกียใส่ของได้เยอะมากๆ
ถุงอิเกียใส่ของได้เยอะมากๆ

Step 5.5 สร้างอีเว้นต์บนเฟซบุค

ขอเป็นสเตปย่อยที่ห้ามพลาด อย่าลืมชวนพ่อแม่พี่น้องให้มางานเราด้วยนะ 555

Step 6 วันซ้อมรับวันที่สอง (ขอเรียกว่าวันซ้อมจริง)

วันนี้ต้องใส่ชุดครุยมาด้วย เพราะมีถ่ายรูปหมู่ แล้วมันบังเอิญจัดวันเสาร์อาทิตย์ด้วย เลยทำให้มีเพื่อนๆ สมัยมัธยมแวะมาหาเราได้ วันนี้จะรู้สึกเหมือนเป็นวันรับจริงมากกว่า เพราะเจอเพื่อนๆ ญาติๆ เยอะมาก แถมได้ใส่ชุดครุยครั้งแรก จะมีความตื่นเต้นนิดๆ ปนอยู่ด้วย วันนี้จริงๆ ไม่ต้องแต่งเต็มมากก็ได้ ไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าเลย (นอกจากว่าอยากถ่ายรูปมีหน้าสวยๆ อะนะ) ไม่ต้องใส่ถุงน่องก็ได้ ไม่ต้องรวบผมตึง อย่าลืมเตรียมรองเท้าสบายๆ ไป เราว่าวันนี้บัณฑิตควรจะแต่งให้เป็นตัวของตัวเองที่สุด อยากสวยก็สวยให้สุด

  • ผู้หญิงเตรียมแป้งไปตบ ลิปไปเติม กระจกไปส่อง กระดาษซับหน้ามันแบบมีแป้ง + แบบฟิล์ม (แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้ใช้เลย ใช้ทิชชู่ซับเอา เหงื่อมันล้น ซับมันเอาไม่ไหว 555)
  • ผู้ชายก็ควรเตรียมไปด้วยนะๆๆ ควรจะทารองพื้น ตบแป้ง เขียนคิ้วไปหน่อยก็หล่อขึ้นแล้ว ลองให้เพื่อนพี่น้องผู้หญิงช่วยดูนะ
  • ถ้ารองเท้าใส่ไม่สบาย เตรียมรองเท้าไปเปลี่ยนเลย เอาคู่ที่เราใส่สบาย แต่ไม่ต้องสบายขนาดรองเท้าแตะนะ อันนั้นจะดูไม่ดี
  • เตรียมถุง+กระเป๋าใหญ่ๆๆๆ ไปด้วย จะได้ใส่ของสบายๆ สมมติเราได้ดอกไม้สองช่อ ตุ๊กตาหนึ่งตัว เราก็ถือไม่ไหวและ เตรียมคนช่วยแบกของไปด้วย และคนแบกของกับคนถ่ายรูปไม่ควรเป็นคนเดียวกันนะ สงสารเค้า 555
  • จะมีคนมาหาเราเยอะ แล้วมีคนถามตำแหน่งเราเยอะ เตรียมรับโทรศัพท์ให้ดี มันจะเหนื่อยมากอยู่ เอาให้ดีก็ใช้ meeties.me (มีการ tie-in 5555) เป็นเว็บแชร์โลเคชันของเรา เราส่งลิงก์แล้วให้คนอื่นดูว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหน คือมันเวิร์คมากๆ เราแทบไม่ต้องบอกทางใครเลยอ่ะ กราบขอบพระคุณเพื่อนทุกคน OTL
  • สำหรับคนใส่แว่นที่อยากใส่คอนแทคเลนส์ ให้ซื้อแบบ 1-day มาก็โอเคแล้ว แต่ว่าอยากให้ลองใส่ไปก่อนครั้งนึงเพื่อความคุ้นเคยๆ วันจริงจะได้ไม่ประหม่า + เสียเวลาใส่นาน

อย่าลืมเอาบาร์โค๊ดมาๆๆ

หน้าตาคนช่วยแบกของ ขอบคุณค่าาาาา
หน้าตาคนช่วยแบกของ ขอบคุณค่าาาาา

Step 7 วันรับจริง

วันรับจริงจะเป็นวันที่น่าเบื่อหน่อยสำหรับเรา เพราะหมดความตื่นเต้นแล้ว 555 ถ้ารับรอบเช้าต้องตื่นมาแต่เช้ามืด แถมกฎระเบียบมากมาย อย่าลืมตัดเล็บ โกนหนวดให้เรียบร้อย (ทำตั้งแต่เนิ่นๆ เลย เพราะใกล้ๆ แล้วจะมีเรื่องเยอะ เดี๋ยวลืม) อย่าลืมเอาใบบาร์โค๊ดมาด้วย สำหรับวันจริงของเรา เราไปคนเดียวเพราะไม่อยากให้คนอื่นต้องไปรอ เราใส่ชุดครุยเรียกอูเบอร์มาจากคอนโด ไม่มีเงิน (อูเบอร์ตัดบัตรเครดิต) ไม่มีมือถือ ไม่มีกระเป๋าสตางค์ ในมือซ้ายถือใบบาร์โค๊ด มือขวาถือขวดน้ำขวดนึงประทังชีวิต (ตอนแรกเรานึกว่าเค้าห้ามพกเงินสดไป จริงๆ เอาเงินเข้าไปได้ แต่ผู้หญิงก็ไม่มีกระเป๋าเก็บเงินอยู่ดีนั่นแหละ -_-)

อ๋อวันรับจริง ไม่ต้องทำผมรวบตึงก็ได้ แต่ต้องเปิดผมด้านที่จะถ่ายภาพ (รู้สึกจะเป็นด้านซ้าย) เพื่อที่ถ่ายรูปออกมาจะได้เห็นหน้าเราชัดๆ

พอจบพิธี เรานัดคนให้ไปรอเราที่จุดที่รู้จักกัน (ป้ายคณะก็โอเคอยู่นะ) ให้เค้าเอากระเป๋าสตางค์ มือถือ ของส่วนตัวมาให้เรียบร้อย แล้วนัดช่างถ่ายภาพให้เจอกันได้ วันจริงส่วนใหญ่ตารางจะแน่นไปกับมีนัดถ่ายชมรม กรุ๊ป ภาพวิชา บลาๆๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าช่างถ่ายภาพจำเป็นมั๊ยสำหรับงานพวกนี้ เพราะเราโดดไปเยอะเลย อันนี้ลองถามคนอื่นดูๆๆ

ป.ล. รูปถ่ายทั้งหมดในนี้มาจากวันซ้อม โดยพี่แมค McSiri Photography คิวแน่นตั้งแต่ชั่วโมงแรก ขอบอกก่อนว่าโพสต์นี้ไม่ได้จะโฆษณาพี่เค้า แต่รูปสวยมาก (ถ่ายแคนดิดสวยมากอ้ะ) จนต้องให้เครดิต แต่เห็นมีข่าวว่าพี่แมคจะไม่ถ่ายงานรับปริญญาแล้ว ไปตื๊อกันเองนะะะะ 😛