In Cupertino

(คือ Cupertino ไม่ค่อยมีรูปสวยๆ ขอใส่รูปที่ San Francisco แทนละกันเน้อ)

มาอยู่นี่ได้เดือนนึงแล้ว เป็นครั้งแรกที่มาใช้ชีวิตต่างประเทศคนเดียว เป็นครั้งแรกที่มาอเมริกา แบบเขินมาก ภาษายังไม่เก่งเท่าไหร่เลย ปกติถนัดเขียนมากกว่า

เมื่อไม่กี่เดือนที่แล้วยังบ่นกับนัทอยู่เลยว่าเนี่ย วีอยากไปอเมริกาตั้งแต่อายุสิบสี่สิบห้าแล้ว แต่ไม่มีโอกาสเข้ามาซักที ทั้งๆ ที่เราก็สมัครไปเยอะแยะ (ส่วนใหญ่มักจะติดตรงเรื่องค่าใช้จ่าย 55) สุดท้ายอยู่ดีๆ โอกาสมันก็เข้ามา แล้วเราก็ได้ด้วย น้ำตาจะไหล

ที่อยากไปก็เพราะว่าตอนเด็กๆ ดูซีรี่ส์ฝรั่งเยอะ แล้วชอบภาษาอังกฤษมาก ชอบจนมีช่วงนึงอยากเรียนอักษรศาสตร์ อยากเก่งภาษาอังกฤษ จนโตขึ้นเลยรู้ว่าเห้ยมันมีมากกว่านั้นอะ แล้วเราก็ไม่ได้เป็นคนครีเอทีฟ หรือขยัน หรือโหดพอที่จะเรียนอักษรได้

ที่อยากไปตอนโตๆ เพราะว่ามันเป็นบ้านเกิดของเทคโนโลยี หลายๆ สิ่งมันเริ่มต้นจากที่นี่ จากมุมภายนอกมันดูแมจิคมากๆ ว่าทำไมหลายสิ่งมากมายมหัศจรรย์มันเกิดขึ้นจากที่เล็กๆ ที่นี่

แล้วพอมาสัมผัสด้วยตัวเองมันก็มหัศจรรย์จริงๆ แถวนี้มี developer เยอะมาก ยิ่งเมืองนี้แทบจะเดินชนกับพนักงาน Apple ตลอดเวลา Cupertino เป็นเมืองเล็กๆ (เล็กจริงๆ) ที่เป็นที่ตั้งของบริษัท Apple แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเมืองแอปเปิ้ลได้เลย แบบว่าเราเจอ Apple Employee ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต, ที่สี่แยกไฟแดง,​ ที่ร้านอาหาร,​ ที่หน้าอพาร์ทเม้นท์ โอยแบบว่าอย่างเยอะ

แล้วนอกจากเป็นเมืองแอปเปิ้ลแล้ว ยังเป็นเมืองของคนเอเชียอยู่ด้วย มีคนบอกว่าคนที่นี่ 3/4 เป็นคนเอเชีย ทำให้เมืองนี้มีอัตราการแข่งขันของการเรียนสูงมาก (asian นี่เอง), มีโรงเรียนสอนพิเศษเยอะกว่าโรงเรียนปกติ แล้วคุณภาพของโรงเรียนก็สูงมาก

อยู่ที่นี่แล้วเราไม่รู้สึกผิดแปลกไปจากคนอื่นเลย เพราะเจอคนเอเชียเยอะมากจริงๆ ทุกๆ คนก็ treat เราปกติเหมือนคนอื่นๆ ทั่วไป เป็นที่เราเองนี่แบบรู้สึกเขินเวลาใช้ภาษาไม่เก่งเท่าเอเชียนคนอื่นๆ เสียศักดิ์ศรีมาก 555 (ก็นะ คนอื่นเค้าเกิดและโตที่นี่ ไม่ก็อยู่กันมาเป็นปีๆ พูดกันแบบไฟแลบ ส่วนเรายังสั่งอาหารไม่ค่อยเป็นเลย กะเหรี่ยงมาก)

ส่วนเรื่องทำงาน เราก็มาฝึกงานที่นี่ (แอปเปิ้ล)​ ประมาณสี่เดือน นี่คือดรอปเรียนมาเลย จบช้าหนึ่งปี และไม่ได้เกียรตินิยม 555 มีบางฟีลแอบรู้สึกอยากกลับไปเรียนเหมือนกัน อยากจบพร้อมกับเพื่อนๆ อยากได้เกียรตินิยมที่เป็นตัวแทนบอกถึงความทุ่มเทและหยาดน้ำตาในการเรียนของเรา (โอ๊ยพูดแล้วก็จะร้องไห้ คิดถึงชีวิตที่ไทย T.T) นี่ก็ยังนึกไม่ค่อยออกเลยว่ากลับไปแล้วจะเป็นยังไง… อ๋อ กลับมาเรื่องงาน พูดมากไม่ได้ ทุกอย่างมันลับหมดเลย ประมาณว่าเราทำอะไรอยู่เรายังไม่ค่อยรู้เลยอะ -_-

ทุกๆ คนดีกับเรามาก ทั้งพี่ที่ทำงานด้วยที่นี่ และพี่ที่ไทยที่คอยจัดการเรื่องให้เรากว่าจะมาถึงนี่ พอเรามาอยู่นี่เค้าก็ยังคอยถามทุกข์สุขเราตลอด แถมส่งสติกเกอร์ไลน์ฟรีมาให้เรื่อยๆ ด้วย (ตลกดี) แล้วก็มีคนไทยคนอื่นๆ ที่นี่, พี่ปุ๊กกี้ที่ช่วยเหลือเรามาก แบบว่าซึ้งที่ได้เจอคนดีๆ เหล่านี้ เราไม่รู้สึกว่าโดนทอดทิ้งเลย

กลับมาพูดถึงเรื่องเมืองบ้างละกัน Silicon Valley จริงๆ แล้วเป็นกลุ่มของเมืองเล็กๆ ที่เรียกว่า Santa Clara Valley คือเมื่อก่อนเราคิดว่าเมืองมันต้องแบบอารมณ์นิวยอร์ค กรุงเทพ อะไรงี้ แต่จริงๆ คือไม่ใช่ 555 มันเป็นเมืองขนาดเล็กๆ หลายๆ เมือง อย่าง Cupertino นี่ก็ไม่ได้ใหญ่มาก ส่วนใหญ่ก็เป็นตึกเตี้ยๆ 3-5 ชั้น เวลาเดินทางไปไหนก็ต้องขับรถ ไม่ได้มีรถไฟฟ้าจอดทุกที่แบบกรุงเทพ แต่จริงๆ เราว่าเมืองมันน่าจะเล็กขนาดสามารถขี่จักรยานไปอีกฝั่งของเมืองได้เหมือนกันนะ 555 แต่คนส่วนใหญ่ก็มีรถเพื่อที่ว่าจะได้ไปร้านอาหาร ไปห้าง ไปไหนมาไหนที่อยู่ไกลขึ้นได้สะดวกสบาย ที่จอดรถที่นี่ก็มีเยอะแยะ อารมณ์เมืองเล็กๆ อะ ไม่ต้องแย่งกัน

Cupertino แค่นี้เอง cupertino

ถ้าเมืองที่คนอยู่เยอะหน่อยแบบ Palo Alto (เมือง Facebook, Stanford Univ. แล้วก็ tech startup เล็กๆ อีกเยอะแยะ) ก็จะเริ่มมีตึกสูงๆ คนเยอะๆ หรือแบบ San Jose ก็ถือเป็นย่านธุรกิจ มีรถไฟรางเบา (Light Rail แบบที่เค้าจะทำกันที่ภูเก็ตอ่ะ) น่ารักมากมาย

light rail

อันนี้รถที่เค้าอนุรักษ์ไว้ (หรือไม่ก็มีให้นักท่องเที่ยว 555) ที่ซานฟราน
รถแบบวินเทจที่ซานฟรานซิสโก

จริงๆ บริษัทไอทีก็ไม่ได้มีแค่ใน Silicon Valley เดี๋ยวนี้ก็เริ่มไปตั้งใน San Francisco ด้วย (เหนือขึ้นมาจาก Silicon Valley มาอีก เป็นย่านเมืองๆ มีความเจริญมากมาย) ทำให้โซนนี้ทั้งโซนคือแบบ.. ฟินมากสำหรับ geek แบบว่า ป้ายโฆษณาบนทางด่วนที่นี่เป็นโฆษณา Twilio, Braintree ของ Paypal, Apple iPhone โฆษณาบนทีวีเป็นโฆษณาแอพสตาร์ทอัพ (Lumosity),​ ป้ายโฆษณาที่สถานีรถไฟเป็นป้ายรับสมัครงาน developer ของ Etsy, ร้านขายชานมใช้ square, ซื้อของ WholeFood จ่ายเงินด้วย Apple Pay, นั่งรถไฟจากซานฟรานไป Cupertino ผ่านบริษัทไอทีเป็นสิบๆ, ระบบทุกอย่างของที่นี่มันดีมาก คือบอกเลยว่า geek ควรจะมาให้ได้เหอะ มันเป็นเมืองที่มหัศจรรย์มาก คือเราฟินมาก 555

etsy

ตอนนี้อยู่มาได้เดือนนึงก็มีความสุขดี แถวๆ นี้มี meetup ตลอดเวลา ประมาณว่าสามารถไป meetup พวกนี้แล้วกินข้าวเย็นฟรีได้ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ 5555 ปกติ meetup เค้าจัดเย็นๆ จะมีอาหารให้กิน ส่วนเครื่องดื่มแล้วแต่ความไฮโซ ส่วนใหญ่ก็จะเป็น Study Group (นั่งทำงานด้วยกัน) ไม่ก็เป็น Talk (มีคนมาพูดให้ฟัง) แล้วบางกรุ๊ปเค้าจะจัด Study Group ที่สตาร์ทอัพไม่ซ้ำกันแต่ละสัปดาห์ ดูน่าสนุกมาก!

อันนี้ไปฟังที่ Google ได้เข้าไปบริเวณที่เค้าทานข้าวกัน แต่อาหารที่จัดให้มีแค่สลัด สปาเก็ตตี้ แล้วก็ชีสๆ ไม่กี่อย่าง มีของหวานเป็นขนมนิดหน่อย มีดนตรีสดเป็นคนเป่าแซกกับดีเจ ส่วนเครื่องดื่มนี่สปอนเซอร์เค้าจัดเต็ม มีทั้งเบียร์ ทั้งไวน์ แม่เจ้า

google2

google